วันจันทร์ที่ 12 มิถุนายน พ.ศ. 2560

แนวทางการเลือกซื้อคอมพิวเตอร์

การแบ่งระดับการใช้งานคอมพิวเตอร์นั้นอาจแบ่งออกได้เป็นหลายประเภท แต่โดยส่วนใหญ่แล้วมักแบ่งเป็น 3 ระดับด้วยกัน ตามรูปแบบการใช้งานทั่วไปของผู้ใช้ คือ ระดับผู้ใช้ทั่วไป (Basic User) ระดับผู้ใช้งานด้านกราฟิกส์ (Graphic User) และผู้ใช้งานในระดับสูง (Advanced User) เราเองต้องรู้ระดับการใช้งานของเรา เพื่อสามารถกำหนดสเป็คเครื่องที่เหมาะสมได้ต่อไป
1) สำหรับ ผู้ใช้มือใหม่่ ที่ยังไม่เคยสัมผัสคอมพิวเตอร์มาก่อน แนะนำให้ซื่อเครื่องคอมพิวเตอร์แบบมียี่ห้อ จะดีกว่า เพราะจะได้ไม่ต้องกังวลเวลาที่เครื่องมีปัญหา ผู้ใช้ระดับนี้มักยังใช้งานแบบลองผิดลองถูกอยู่บ้าง จึงอาจทำให้เครื่องมีปัญหาได้ เครื่องคอมพิวเตอร์ที่ใช้ไม่จำเป็นต้องเป็นรุ่นที่มีราคาแพง
2) สำหรับผู้ใช้งานในออฟฟิศ จะคล้ายกับผู้ใช้มือใหม่ตรงที่ไม่ต้องการคอมพิวเตอร์ที่มีประสิทธิภาพสูงมาก เน้นการทำงานเอกสารหรืออาจจะใช้ Photoshop แต่ง ภาพเล็กๆ น้อยๆ ดังนั้น คอมพิวเตอร์ที่เหมาะสมจะใกล้เคียงกับผู้ใช้มือใหม่ เพียงแต่ปรับอุปกรณ์บางตัว เช่น ฮาร์ดดิสก์ สำหรับเก็บข้อมูล หรือเพิ่มไดรว์ DVD-RW 
3) สำหรับนักศึกษามหาวิทยาลัย ผู้ใช้ที่เป็นนักศึกษาจะเริ่มสนใจคอมพิวเตอร์มากขึ้นสามารถใช้งานโปรแกรม ต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ผู้ใช้ระดับนี้อาจจะประกอบเครื่องใช้เองได้ เพราะจะทำให้ตนเองมีความรู้มากขึ้น การใช้งานเน้นไปทางพิมพ์รายงานส่งอาจารย์
4) สำหรับผู้ใช้งานหลากหลาย และ Windows 8 ขึ้นไป จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูงในระดับหนึ่ง ด้วยการเป็นซีพียู Dual Core ขึ้นไป พร้อมแรม 2 GB ขึ้นไป ฮาร์ดิสก์ 500 GB ตรงตามมาตรฐาน หากเป็นสเปค Windows อื่นๆ เช่น PRO ,  Interprise , Ultimate  ต้องใช้ Hardware ที่ใช้ทรัพยากรที่มากขึ้นด้วย
5) สำหรับผู้ใช้งานระดับสูง หรือผู้ที่ชอบเล่นเกมส์จะต้องการเครื่องประสิทธิภาพสูง การประกอบเครื่องเองจะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุด
ดังนั้นก่อนอื่นควรศึกษาและสำรวจอุปกรณ์ต่างๆ ของคอมพิวเตอร์ก่อนว่า แต่ละอย่างมีคุณสมบัติอย่างไร และราคาเท่าไร จากนั้นจึงหันกลับมาดูถึงความต้องการว่าจะซื้อคอมพิวเตอร์เพื่อใช้งานอะไร อย่างไร จากนั้นจึงเลือกสเป็คให้พอดีกับความต้องการ ส่วนเรื่องบริษัทที่ผลิต (ยี่ห้อ) และราคาจะเป็นปัจจัยในการเลือกรองลงมา

ที่มา. https://wawaiceshu.wordpress.com

วันเสาร์ที่ 4 มีนาคม พ.ศ. 2560

ssd เร็วกว่า hdd แค่ไหน

HDD เวลาทำงาน มันจะมีชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหว
บางจังหวะ จะอ่านเขียน ข้อมูลได้ ต้องรอให้แผ่นจานข้อมูล หมุนมาให้ตรง หัว อ่าน/เขียน จึงเกิดการ รอคอย 

วิธีการของ HDD เก็บข้อมูล เป็นลักษณะเซฟทีละวงแหวน
เริ่มจากวงนอกสุด หรือ วงใหญ่สุดซึ่งอยู่
วงนอกสุด โดยจะให้ความเร็วสูงกว่า วงในสุดความเร็วในการอ่านจะอยู่ที่ประมาณ 10-50 mb/sec

ส่วน SSD เป็นหน่วยความจำชนิดหนึ่ง 
ทางกายภาพที่เห็นด้วยตาเปล่า ไม่มีชิ้นส่วนที่ต้องเคลื่อนไหวเลย และกินไฟต่ำ โดยความเร็ว จะเร็วกว่า HDD ปกติโดยประมาณ 10-20 เท่าเลยทีเดียว ความเร็วในการอ่านโดยปกติจะอยู่ที่ 250-1000 mb/sec หรือมากกว่าเลยทีเดียว




ในการอัพเกรดคอมพิวเตอร์ก็เช่นเดียวกัน ในการอ่านข้อมูล การ Boot เพื่อเข้า windows จะเห็นความแตกต่างอย่างมาก เช่นปกติ HDD ใช้เวลา Boot เข้า Windows ประมาณ 40 sec - 2 นาที แต่ถ้าเปลี่ยนไปใช้ SSD จะใช้เวลา Boot ต่ำกว่า 20 sec เลยทีเดียว

วันจันทร์ที่ 13 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

รู้จักอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

รู้จักอุปกรณ์คอมพิวเตอร์

ขอบคุณ 9'otaku สำหรับความรู้ดีๆ


บริการรับซ่อมคอมพิวเตอร์ อัพเกรด ให้คำปรึกษาถึงที่ ในเขตอำเภอกำแพงแสน และใกล้เคียง

บริการรับซ่อมคอมพิวเตอร์ อัพเกรด ให้คำปรึกษา บริการถึงที่ ในเขตอำเภอกำแพงแสน และใกล้เคียง
Computer repair services, upgrades to the consultation. KPS and neighboring districts.

โทร.080-4049306 ช่างไซ
Line : teezzz001

คอมอึด หน่วง แก้ปัญหาไวรัส โทรศัพท์คุยก่อนได้ครับ ค่าเดินทางตามระยะทางจริง




รับซื้อเคสคอมเสีย เมนบอร์ดเสีย

จอคอมพิวเตอร์มีหลายชนิด

  จอคอมพิวเตอร์มีหลายชนิด แต่ละชนิดมีเทคโนโลยีและคุณสมบัติแตกต่างกันไป ซึ่งส่งผลต่อคุณภาพของภาพ มุมมอง และการใช้งาน จอคอมพิวเตอร์หลัก ๆ ที่น...